Wednesday, January 29, 2014

Kelis New Album "Food"


Kelis - Jerk Ribs (HQ)
and her upcoming album

หายหน้าหายตาไปนาน สำหรับอดีตตำนานเต้าสั่นขวัญแขวนอย่าง Kelis ที่หลังจากได้ข่าวว่าหมดสัญญากับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Interscope ก็หลบไปใช้ชีวิตเป็นคุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยว อยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือน หมกมุ่นกับการทำกับข้าวจนพี่แกสามารถเขียนออกมาเป็นหนังสือทำอาหารออกมาเป็นเล่มๆได้ แถมยังเอาจริงเอาจังจนถึงขั้นจะทำซอสของตัวเองขายอีกต่างหาก เอาซี่! ถ้างั้นบรรดาแฟนๆ ผู้ติดใจอัลบั้มแซ่บๆ อย่าง Kelis Was Here และ Flesh Tone ก็ได้แต่หวั่นใจว่าวันดีคืนดีนางจะผันไปเลือกเส้นทางชีวิตเป็นมนุษย์มะนาปกติ เช่ยผลิตซอสขายเลี้ยงชีพแทน โลกนี้คงต้องขาดนักร้องเสียงดีลีลาเด็ด น่าเศร้าสลดใจอยู่ไม่น้อย

แต่สาว Kelis Rogers วัย 34 ปีผู้นี้หาได้ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เมื่อเธอได้ประกาศเซ็นสัญญากับค่ายเทปอินดี้แห่งหนึ่งนามว่า Ninja Tunes ที่พร้อมจะปั้นอัลบั้มใหม่ลำดับที่ 7 โดยฝีมือของนาย Dave Sitek แห่งวง TV on the Radio ตั้งแต่เพลงแรกถึงเพลงสุดท้าย แถมเจ้าตัวยังดูตื่นเต้นกับการได้ย้ายเข้ามาร่วมงานกับค่ายเพลงนี้ด้วย โดยบอกว่า "This is something I wanted to do for so long" อัลบั้มใหม่ของ Kelis เขาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะใช้ชื่อว่า "Food" ตามสไตล์แม่ครัวมือใหม่ผู้หลงไหลในศิลปะการทำอาหาร เท่านั้นยังไม่พอเพลงในอัลบั้มยังเป็นชื่ออาหารตลกๆ อีก เช่น "Cobbler", "Fish Fried", "Breakfast", "Biscuit n' Gravy" คงดูจะสนใจการทำอาหารจริงด้วย และอีกหนึ่งเมนูที่เซิร์ฟมาอย่างไม่เป็นทางการเมือปีที่แล้วคือซิงเกิ้ล "Jerk Ribs" วันนี้เจ้าของบล็อกก็ภูมิใจจะนำเสนอเวอร์ชั่นแบบฟังชัดใสแจ๋ว เพราะทางค่ายปล่อยให้ดาวน์โหลดทางไอทูนส์และเปิดพรีออร์เดอร์อัลบั้มอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย --ใครบังอาจครหาว่าค่ายเล็กแล้วเพลงจะเห็นหอย งานนี้คงได้ฟังชัดเต็มสองกกหู ด้วยงานโซลเท่ห์ๆ ขนกองทัพเครื่องดนตรีมาดีดสีตีเป่ากันครบวง และสไตล์การร้องและน้ำเสียงที่น้อยคนจะเลียนแบบได้ยังโดดเด่นสมศักดิ์ศรี เห็นแนวทางอนาคตอัลบั้มที่ใหม่ที่ไฉไลมาแต่ไกล ฟังแล้วนึกถึงอีพี True อันลือลั่นของสาว Solange เมื่อปีก่อนเลยแหละ

แต่ขอตินิดเดียวจริงๆ ทางค่ายจะลงทุนหากราฟฟิกดีไซน์เนอร์ดีๆ มาออกแบบปกอัลบั้มไม่ได้หรือไง หรือให้ลูกชายสี่ขวบมันใช้โปรแกรม Paint วาดให้เนี่ย!

Monday, January 27, 2014

56th Annual Grammys Awards Favorite Performances

56th Annual Grammys Awards Favorite Performances 

จบลงไปอย่างสวยงามสำหรับ งานประกาศรางวัล Grammy Awards ครั้งที่ 56 ที่ถ่ายทอดสดยิงตรงจาก Staples Center, Los Angeles ผ่านความเมตตาการุณของสถานีวิทยุกองทัพบกช่องเจ็ดที่เผยแผ่เข้าสู่จอโทรทัศน์ความคมชัดต่ำราคาถูกในบ้านของข้าพเจ้าในเช้าตรู่เวลา 8 โมง แถมยังได้รับชมผ่านมุมมองของสองนักพากย์ที่ผลัดกันทำมาหากินอย่างขยันขันแข็ง ตัวข้าพเจ้าในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นดูการถ่ายทอดสดอย่างตั้งใจ ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งก็สำรวจแรงกระเพื่อมแห่งโซเชียลเน็ตเวิร์กไปในเวลาเดียวกัน ขอบอกว่าการดูงานประกาศรางวัลด้วยความเห็นของ "คุณรุจ" แห่ง "เนื้อคู่ประตูถัดไป" ราวกับมานั่งเชียร์ข้างๆ นั้นถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ยากจะหาสัมผัสใดเทียบเทียม 

แต่ในที่สุดช่วงเวลาสำคัญแห่งวงการดนตรีประจำปี (ที่ผ่านมา) ก็ผ่านไป พร้อมกับศิลปินนักร้องที่หิ้วกราโมโฟนทองคำกลับบ้านเอาไปทับกระดาษกันเป็นแถว ชาวบ้านร้านตลาดแห่งโซเชียลเน็ตเวิร์กก็ต่างแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเจือยแจ้วรวมถึงตัวข้าพเจ้าเองด้วย หลายคนชื่นชอบ หลายคนผิดหวังกับการตัดสิน หลายคนหมั่นไส้หนูหลอดเด็ก 17 ที่บังอาจคว้ารางวัลใหญ่ๆ อย่าง Best Pop Solo และรางวัลใหญ่อย่าง Song of The Year ไปในเพลง Royals ชาวแร็พพันแท้หลายคนก็รู้สึกขัดลูกหูลูกตาที่เห็นแร็พผิวขาว ร้องเพลงรัก อย่าง Macklemore & Ryan Lewis เฉือนชนะ Good Kid M.a.a.d City ของ Kendrick Lamar ไปในสาขา Best Rap Album ไปแบบไม่น่าให้อภัย และมีคนอีกมากมายที่ยังติดตราตรึงใจกับโชว์จากศิลปินใหญ่ในงานที่ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือข้าพเจ้าเนี่ยแหละ 

 ซึ่งนั่นนำไปสู่จุดประสงค์หลักของโพสต์ในวันนี้ ที่เราจะมาพูดถึง 3 โชว์จากแกรมมี่อวอร์ด ที่ประทับใจที่สุด คงหนีไม่พ้นที่หลายคนชอบเท่าไหร่ แต่ถ้าอยากรู้ว่าทางนี้คิดเห็นยังไงบ้างก็เริ่มไปกันได้เลย


Kendrick Lamar and Imagine Dragons
Radioactive/M.a.a.d city

   แม้ว่าจะไม่ใช่สำหรับทุกการแสดง แต่ก็แอบสังเกตเห็นจุดเด่นของโชว์แกรมมี่ในปีนี้คือจะเน้นการเอาศิลปินสองกลุ่มมาชนกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับเวทีที่อุทิศตนให้กับดนตรีเพียวๆ โดยไม่มีเรื่องความนิยมด้านอื่นมาแทรกแซง จึงเกิดการทดลองผสมผสานออกมาเป็นรสชาติใหม่ๆ ที่มีให้เห็นได้แค่ที่แกรมมีเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นโชว์เล็กๆ อย่างสาวคันทรี Miranda Lambert เจอกับหนุ่มอดีตพังค์แห่งยุค 90s อย่าง Billie Joe Armstrong แห่ง Green day ที่ควงคู่กันมาสดุดีแก่ศิลปินผู้ล่วงลับ หรือ Sara Bareilles จับคู่กับนักร้องรุ่นใหญ่อย่าง Carole King ในเพลงดังของทั้งสองคน หรือคู่ Metallica ที่ตัดอารมณ์อย่างลงตัวกับเปียโนคลาสสิกของ Lang Lang และอีกมากมาย

แต่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คงหนีไม่พ้น Imagine Dragon และ Kendrick Lamar ที่เข้ากันได้ดีอย่างเหลือเชื่อ
สำหรับวงร็อคหน้าใหม่ขวัญใจประชาชนอย่าง Imagine Dragons นั้น คงไม่สามารถจะโชว์เพลงไหนแล้วจะสร้างความประทับใจได้มากเท่าเพลงฮิตอย่าง Radioactive แต่เผอิญว่าถ้าแค่เล่นเพลงเดิมไปโดยไม่มีอะไรพิเศษก็คงไม่ต่างอะไรกับที่ American Music Awards และคงจะดูเป็นลุกไม้ตื่นๆ ไม่สมราคาแกรมมี่นัก ทำยังไงดีก็เลยเดือดร้อนไปถึงอีกศิลปินหน้าใหม่ที่เริ่มมีผลงานดังตั้งแต่ปี 2012 อย่างแร็พเปอร์หนุ่มวัย 26 ปี Kendrick Lamar ที่แรงต่อเนื่องไม่แพ้กัน แต่คุณสมบัติของทั้งคู่ไม่ได้มีแค่ว่าดังในช่วงเดียวกันหรอกนะ แต่ทั้งคู่ถูกนำมาจับคู่กันเพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของค่ายเทปยักษ์ใหญ่อย่าง Def Jam ที่เป็นต้นสังกัดของทั้งคู่ต่างหาก และที่สำคัญคือปีนี้ Def Jam เฉลิมฉลองวันเกิดอายุ 30 ปีเสียด้วย

ส่วนโชว์ออกมาเป็นอย่างไร จะมันส์ขนาดไหนนั้นก็คงต้องให้วีดีโอที่อยู่เบื้องหน้าของคุณอธิบายจะดีกว่า! ปล. โปรดระวังสาวเทกิ่งรักส์ที่เซิ้งอยู่หน้าเวทีอย่างเอาเป็นเอาตาย นี่ถ้าหล่อนไม่ใส่ชุด Gucci คงนึกว่าหล่อนมาเต้นหน้าเวทีหมอลำงานบุญบั้งไฟนะเนี้ย ดูกะโตกกะตากมาก



Macklemore, Ryan Lewis, Mary Lambert and Madonna
Same Love/Open Your Heart

อย่าว่าแต่คุณเลย เราเองก็ยังไม่อยากเชื่อหู เมื่อข่าวก่อนหน้านี้หลุดมาว่าเจ๊แม่มาดอนนาผู้หญยิ่งยะโสจะขึ้นโชว์กับสองหนุ่ม Macklemore and Ryan Lewis ในฐานะที่เป็นแฟนเพลงเจ๊มาหลายปีบอกได้เลยว่านี่คือโอกาสที่พิเศษมากๆ สำหรับศิลปินระดับมาดอนน่าที่แทบจะไม่เคยขึ้นแสดงกับใครเลย จะเปลี่ยนมารับบทรองให้กับโชว์ในครั้งนี้ 

เพราะนางเอกตัวจริงไม่ใช่คุณแม่ แต่คือก้าวสำคัญของนิยามความรักใหม่ของคนบนโลกนี้ต่างหาก สาเหตุนั้นคงเดาไม่ยากว่าทำไมคุณแม่ถึงตกปากรับคำเข้ามาโชว์ได้ ทั้งๆที่ไม่ได้มีอัลบั้มใหม่และไม่ได้มีผลงานอะไรเลยในช่วงปีที่ผ่านมา แต่เพราะเพลง Same Love ของสองหนุ่มต่างหากที่ดึงดูดให้เธอเข้ามาร่วมงานด้วย ด้วยเนื้อหาชวนเปิดใจให้กับเพศทางเลือก และเปิดทางให้กับการสมรสอย่างถูกกฎหมายระหว่างเพศเดียวกันในสหรัฐที่กำลังเป็น issue กันอยู่ในช่วงนี้ ฉากการสมรสหมู่ร่วมกันของชาวเพศเดียวกันและต่างเพศนั้นคือภาพที่สวยงามเหมาะแก่การบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพราะการที่คู่รักเพศเดียวกันมีพื้นที่ยืนทัดเทียมกับคู่รักต่างเพศในเวทีแห่งนี้ได้นั้นถือเป็นการให้เกียรติแก่มนุษย์ในฐานะเพื่อนร่วมโลกได้อย่างดี เพราะพวกเขาไม่ได้ต้องการให้เป็นการแต่งงานพิเศษ แต่เพียงเพราะว่าการแต่งงานของเพศเดียวกันนั้นควรจะเป็นเรื่องปกติมิใช่หรือ

คุณแม่มาดอนน่าปรากฎตัวในชุดสีขาวและหมวกคาวบอยที่มีความกำกวมทางเพศอยู่ไม่น้อย แถมการแต่งกายแบบคาวบอยนั้นยังทำให้แฟนเพลงเดนตายยังจำได้ว่ามันคือชุดเดียวกับที่ใส่ในเพลง Music ที่ร้องว่า Music makes the people come together อีกต่างหาก แต่เพลงที่เธอร้องกลับเป็นท่อนสั้นๆ จาก Open Your Heart ผลงานจากอัลบั้ม True Blue เมื่อปี 1986 ที่ถึงแม้จะไม่ได้ถูกเขียนมาเพื่อเพศทางเลือกโดยตรง แต่ความหมายตรงท่อนนี้ก็สามารถเข้าได้กับ Same Love เป็นอย่างดี


Daft Punk, Pharrell Williams, Neil Rodgers and Stevie Wonder
Get Lucky/Le Freak

 คู่สุดท้ายคงทุกคนคงไม่ต้องเดากันให้เสียเวลา เพราะปีที่๋ผ่านมาอัลบั้ม Random Access Memories ออกมาฮิตไปทั่วนั้น ชื่อ Daft Punk แทบจะดำรงอยู่เองไม่ได้โดยปราศจาก Pharrell Williams โปรดิวเซอร์ที่ฮ็อตที่สุดแห่งปีโดยไม่มีข้อกังขา ผลงานของเขานั้นเข้าชิงรางวัลใหญ่ที่สุดคือ Record of the Year ถึงสองเพลงทั้ง Get Lucky และ Blurred Lines และอีกมากมาย แต่สำหรับเวทีแกรมมี่แค่ Daft Punk กับ Pharrell เอง คงจะดูธรรมดาเกินไป จึงต้องเสริมทัพด้วย Nile Rogers มือกีตาร์ชื่อดังอดีตมือกีตาร์วงดิสโก้มากมายเช่น Chic, Sister Sledge รวมไปถึงขุ่นแม่ Madonna ด้วย แค่นั้นยังไม่พอ อีกหนึ่งแขกรับเชิญที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Stevie Wonder ตำนานเพลง Funk ต้นกำเนิดแรงบันดาลใจแห่งอัลบั้มนี้ก็มาร่วมแสดงด้วยกันตัวเป็นๆ

ใช่แล้ว คู่แมทช์ที่แท้จริงของโชว์นี้ คือหุ่นยนต์ Daft Punk ปะทะครอบครัวตำนาน Funk แห่งยุค 70s โชว์ เปิดด้วยเวทีจำลองห้องอัดที่ดูวินเทจนิดๆ แออัดไปด้วยศิลปินระดับตำนานนั่งกันอยู่พร้อมหน้า หนุ่ม Pharrell Williams ปรากฎตัวด้วยหมวกที่เห็นแล้วอดนึกถึง Smokey Bear ไม่ได้ แต่เขาบอกว่าหมวกนี่ได้รับแรงบันดาลใจจากที่เขาใส่ในเพลง Buffalo Gas ต่างหากหรอก จะอย่างไรก็ตาม Pharrell ก็ทำหน้าที่นำเพลง Get Lucky ในห้องอัดแห่งนี้ไปโดยปราศจากเงาของสองโรบอทให้เห็น

แต่ ทันใดที่ทั้งสองปรากฎตัวขึ้นหลังห้องอัดไฟ LED ที่เดินไว้นตามจุดต่างๆ ก็ทำให้ห้องอัดแห่งนี้กลายสภาพเป็นยาวอวกาศสุดล้ำ trademark ของ Daft Punk ในทันที แถมเนื้อเพลงก็เปลี่ยนมาเป็นท่อนจาก Le Freak ของ Chic ซึ่งเป็นเพลงต้นฉบับที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับ Get Lucky อีกด้วย

และประหนึ่งว่างานฉลอง after party จะมาเร็วกว่ากำหนด เหล่าศิลปินดาราทั้งหลายที่นั่งสวยๆ กันอยู่ก็ลุกขึ้นเซิ้งกันถ้วนหน้าตั้งแต่รุ่นเล็กอย่างหนูเทย์ หนูแข ไปจนถึงลุง George Harrison แห่ง The Beatles ก็มิอาจต้านทานได้ไหว ดูแล้วเป็นภาพที่น่ารักดีที่มีการแสดงร่วมสมัยที่สรรเสริญตำนานดนตรีให้กับคนรุ่นเราได้ฟังกันแล้ว ยังเล่นได้มันส์จนต้องลุกขึ้นมาเต้นด้วยละเอ้อ!

Thursday, January 23, 2014

Kylie Kiss Me Once Album Title/Cover


หน้าปกอัลบั้ม Kylie Minogue "Kiss Me Once"

น้าไข่ให้เล่นปริศนาคำใบ้อยู่หนึ่งสัปดาห์ อะไรเอ่ย คำแรกสี่ตัวอักษร คำสองสองตัวอักษร คำสามสี่ตัวอักษร ไม่ใช่ Read my lips ไม่ใช่ Feel my kiss ทายกันจนหัวปั่นแต่สุดท้ายหวยมาออกที Kiss Me Once ชื่ออัลบั้มที่ 12 ของน้าที่รอฟังกันได้ไม่เกินซัมเมอร์นี้แน่นอน ใครที่ฟัง Into the Blue แล้วไม่ค่อยปลื้ม จุดนี้ยังพอมีลุ้นเพราะเขาบอกว่ายังไม่ใช่เวอร์ชั่นสำเร็จนะจ๊ะ (เห็นสำเร็จทีไรก็ออกมาอีแบบเดิมทุกที) ส่วนหน้าปกอัลบั้มนี่ก็ชุ่มช่ำเสียเหลือเกิน เห็นแล้วอยากฟังอัลบั้มใหม่จนอดใจไม่ได้

เนื่องจาก Into The Blue เวอร์ชั่นลูกผีลูกคนที่ถูกปล่อยมาไม่นานนี้ถูกเก็บเรียบไปแล้ว งั้นเลือกงานเก่ามาให้ฟังกันเล่นๆ เพลินๆ กันดีกว่า Giving You Up งานจากอัลบั้มรวมฮิตเมื่อปี 2004 เพลงน้าสาวแตกยังไงสิบปีให้หลังก็ยังไม่มีเสื่อมคลายจ้า แต่ก็รักน้าเสมอนะ...

Disclosure - F For You feat. Mary J. Blige

 Disclosure - F For You feat. Mary J. Blige

เราจะไม่หยุดอวยจนกว่า Disclosure จะหยุดดัง จะให้หยุดแรงยังไงไหวเมื่อล่าสุดสองพี่น้อง Guy และ Lawrence Howard คว้าตัวซ้อใหญ่แห่งวงการอาร์แอนด์บีวัย 43 ปี Mary J. Blige มาอัดเสียงทำเวอร์ชั่นพิเศษสำหรับซิงเกิ้ล F For You อย่างไม่เกรงใจใคร หลังจากเมื่อวันอาทิตย์ทีผ่านมา สองหนุ่มบินลัดฟ้าจากเกาะอังกฤษไปแสดงสดที่นิวยอร์กและเซอร์ไพรซ์ผู้คนด้วยการเชิญ Mary J. Blige มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษแบบไม่ทันตั้งตัว ดูจากเนื้อเพลงใหม่ที่เหมือนจะมีการเขียนมาก่อนแล้ว ทำให้บล็อกเกอร์น้อยใหญ่ในวงการดนตรีต่างเชื่อว่างานนี้มีอะไรให้ติดตามแน่นอน

ไม่นานคนที่ไม่มีโอกาสได้ไปชมโชว์ที่นิวยอร์กในวันนั้นก็ยิ้มออก เพราะวันต่อมาซ้อ Mary J. Blige ก็ทวีตข้อความประมาณว่า เดี๋ยวได้ฟังแน่นอน ลงทวีตเตอร์ วันต่อมาก็ออกมาเป็น studio version พร้อมเอ็มวีให้เสร็จสรรพอย่างที่เห็น ตัวเพลงก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากอัลบั้มเวอร์ชั่นที่ฟังๆ กันมากมายนัก แต่พอเพิ่มท่อนที่ซ้อแกตีความลงไปจากเพลงเต้นไม่เน้นเนื้อหา ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทันที แม้จะ improvise เยอะไปหน่อยแต่ก็ยังเต้นสนุกเหมือนเดิมนะ

ตัดภาพกลับมาที่สองหนุ่ม แน่นอนว่า ณ วินาทีนี้ กลายเป็นวงที่ถูกพูดถึงบ่อยมากที่สุดวงหนึ่งไปแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพลง F For You เพลงเดียวกันนี้เองก็ได้นำไปใช้ประกอบรันเวย์ Haute Couture SS14 ของห้องเสื้อชื่อดังอย่าง Chanel เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาหลังจากแสดงโชว์ที่นิวยอร์กแล้วก็ยังได้ขึ้นแสดงที่รายการ Late Night with Jimmy Fallon กับเพลง Latch พร้อมกับนาย Sam Smith หนำซ้ำยังมีข่าวลือว่าสองหนอจะไปปรากฏตัวในงาน Grammy ที่จะถึงนี้อีก! เอาซี่


Wednesday, January 22, 2014

Patti Smith covered "Stay", YES! Patti Smith!

 
Patti Smith covered "Stay", YES! Patti Smith!

สำหรับบล็อกเกอร์สายป็อปสุดโต่งที่อยากจะทำตัวอาร์ตเสียเต็มประดาอย่างข้าพเจ้า ไม่มีอะไรช่างน่าประทับใจไปกว่าการเห็นศิลปินหญิงเดี่ยวที่หลงเหลือจากยุคบุปผาชน คว้าเพลงบัลลาดแสนจะธรรมดาอย่าง Stay ของอีห่านมาแสดงนั้นถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะมันแสดงออกว่าเราเคารพกัน ไม่มีการออกตัวรังเกียจเดียจฉันเพลงยุคใหม่ เหมือนแฟนเพลงหลายคนที่ตัวฟังเพลงยุคเก่าแล้วคิดว่าเพลง Top 40 นั่นช่างด้อยค่า ไม่มีจิตวิญญาณเสียเหลือเกิน เห็นป้าร้องเนื้อผิดบ้างถูกบ้างแถมยังป้าบอกว่า "I'm sorry I'm just nervous" ยิ่งทำให้มันเพอร์เฟ็คไปกันใหญ่ กรี๊ด! 

Saturday, January 18, 2014

King Krule - Easy Easy (20syl Remix)



King Krule - Easy Easy (20syl Remix)

ไม่ได้เข้ามาอัพบล็อกตั้งเป็นอาทิตย์ กลับมาครั้งนี้เอารีมิกซ์เจ๋งๆ จากหนุ่มน้อยหัวแดง เจ้าของสไตล์เด็กโรงเรียนเอกชนอังกฤษจ๋าราวกับหลุดมาจากโปสเตอร์โฆษณาเสื้อผ้า Topman ผสมกับสไตล์ร็อคเมาๆ แบบนี้คือหนุ่ม Archibald Marshall หรือที่รู้จักกันในนาม King Krule ที่ฝากผลงานอัลบั้ม 6 Feet Beneath the Moon เมื่อปีที่แล้วกับซิงเกิ้ลอย่าง Easy Easy ที่แฝงสไตล์ Post-Punk เท่ห์ๆ ใครที่คิดถึงเนื้อเสียงแมนๆ และสำเนียงอังกฤษแบบนาย Pete Doherty แห่ง The Libertines ขอบอกว่าหนุ่มน้อยวัย 19 คนนี้อาจทำให้ลุ่มหลงงมงายได้ไม่ยากนะจ๊ะ

สำหรับวันนี้ฝากหนึ่งรีมิกซ์แทร็ค Easy Easy ที่ช่วงนี้เจ้าของบล็อกเปิดฟังหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็นเป็นงานจาก 20syl ที่เพิ่มเติมบีทแบบ Oldschool Hip-hop เข้าไปให้ผู้ไม่สันทัดสายร็อคอย่างข้าพเจ้าได้โยกเบาๆ แบบพอดูมีอะไร

Monday, January 13, 2014

Mariah Carey - Vision of Love



Mariah Carey - Vision of Love

ขณะที่ตกอยู่ภาวะสมองตีบตันกึ่งหลับกึ่งตื่นและเพลงใหม่ๆ ไม่สามารถทำให้เราตื่นเต้นได้ สายตาก็เผลอไปเจออาร์ตเวิร์คสวยๆ ในอินเตอร์เน็ต สมองที่ทำงานอย่างโรยราก็สั่งการให้ไปหยิบอัลบั้มรวมฮิตของแม่มาลัยมาฟังตามสัญชาติญาณ หลังจากฟังเพลงนี้จบ เกิดความคิดว่า การลิปซิงค์เป็นกิจกรรมที่ควรได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ให้ได้รับความนิยมมากกว่านี้ เพราะนอกจากจะฝึกทํกษะการได้ยิน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างริมฝีปากและท่วงท่าที่สอดคล้องกับดนตรีแล้ว การปลดปล่อยความเป็นมารายห์ในตัวเองเป็นประจำยังเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพจิตอีกด้วย

<ตำแหน่งเว็บไซต์ที่ไปก็อปอาร์ตเวิร์คเขามา>

About Me

My photo
my name is mish my favorite color is turquoise when i grow up I want to be an architect