Friday, December 20, 2013

Winter Tune: Tears For Fear - Head Over Heels


Winter Tune: Tears For Fear - Head Over Heels

ขอยืนยันว่าดนตรีคือสิ่งมหัศจรรย์ชนิดหนึ่งที่มี "อุณหภูมิ" อยู่ในตัวของมันเอง บางเพลงร้อนบางเพลงเย็น แต่สำหรับหน้าหนาวนี้ ไม่รู้ทำไมถึงได้ยินอินโทรของเพลงนี้ลอยมาในอากาศทุกที แต่ไม่ใช่ความหนาวแบบเย็นยะเยือกหรอกนะ มันคือความเย็นแบบอบอุ่นแบบที่เราเล่นสนุกกับอากาศเย็นกับเพื่อนๆ ครอบครัว หรือคนที่เรารักโดยมีเพลงนี้เปิดประกอบอยู่ต่างหากล่ะ

สำหรับ Tears For Fears เจ้าของบล็อกไม่ได้ติดตามผลงานอะไรเลย นอกจากอัลบั้ม Songs from the Big Chair สมัยปี 1985 นู้น ใครที่เป็นแฟนเพลงแนว brit-pop/new wave อย่าได้พลาดอัลบั้มคลาสสิกของสองคู่หูคู่นี้เขาเชียว มีเพลงดังๆ อย่าง Everybody Wants to Rule the World, Shout, Monster Talk และ Head Over Heels เพลงนี้นี่แหละ

สุขสันต์วันเสาร์ วันกรุงเทพฯ 18 องศาจ้า สิ่งมีชีวิตบนพื้นผิวโลกทุกท่าน

Sunday, December 15, 2013

Fruity Review #15: Beyonce Beyonce



Beyoncé
Beyoncé
6/10 

ขณะนับศพทหารสรุปยอดปลายปีว่าใครเกิด ใครดับในศึกชิงมงกุฎเพลงป็อปประจำปีนี้ยังไม่จบดี แต่แล้วก็ดั่งสายฟ้าฟาดเปรี้ยงใส่เหล่าดีว่าส์น้อยใหญ่จนเกิดความโกลาหลไปทั้งวงการ "Beyonce" อัลบั้มที่ 5 ของศิลปินหญิงนางเดียวที่แอบซุ่มอยู่มาทั้งปี วางแผงราวสายฟ้าแลบรวดเดียวทั้งอัลบั้ม 14 เพลง 17 เอ็มวี พร้อมๆกัน

ศุกร์ 13 ฝันหวานที่ผ่านมานั้นถ้าเป็น Freddy Kruegger คงเป็นเวอร์ชั่นที่หักมุมได้อย่างไร้เยื่อใยยิ่งกว่าหนังไมเคิล ฮาเนเก้เสียอีก หลายคนยังคงขยี้ตาดูไม่ต่างจากครั้งแรกที่เห็นว่า iTunes ประกาศวางแผงอัลบั้มใหม่ของบียอนเซ่โดยไม่มีการเตือนหรือยิงทีเซอร์ล่วงหน้าเหมือนดีว่าส์รายใหญ่คนอื่นๆ ที่ใช้วิธีนี้กันเสียจนกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว เกิดอะไรขึ้น? ใครหมั่นไส้ในความเพอร์เฟกของนางจนคันไม้คันมือเอาอัลบั้มมาปล่อยหรือเปล่า ถึงได้ไม่มีแม้กระทั่ง "หน้าปก" หรือ "ชื่ออัลบั้ม" ? เปล่าเลย และหล่อนก็ไม่ได้เกิดอาการคุ้มคลั่งจากการเลี้ยงหนู Blue Ivy จนอยากจะหนีกลับมาทำเพลงต่อ ตลอดช่วงเวลาสั้นๆ ที่หายตัวไป หลายคนคงรู้สึกว่าในที่สุดบียอนเซ่นางได้อยู่อย่างเป็นสุขๆ กับเขาซักที แต่ไม่เลย เธอไปแอบซุ่มทำอัลบั้มที่เรียกได้ว่า "ส่วนตัวที่สุด" อัลบั้มนี้มาให้ฟังต่างหาก

อัลบั้มที่ไม่มีแม้แต่ชื่อและหน้าปกอัลบั้มนี้ ทดแทนด้วย 17 วีดีโอจากผู้กำกับดังๆ มากมายจนดูคล้ายกับองค์กรลับอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Jonas Akerlund แห่งมาดอนน่า Hype Williams แห่งวงการฮิปฮอป หรือกระทั่ง Terry Richardson อันเป็นที่รักของมวลมหาประชาป็อปทั้งโลกก็มาร่วมซุ่มกำกับให้ด้วย 17 วีดีโอนี้อาจไม่ใช่แนวคิดใหม่ของแม่บี สำหรับแฟนเพลงที่ติดตามมาก่อนหน้านี้คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าบีมักจะมีเอ็มวีมากเกินความจำเป็นเสมอ หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าชอบทำเอ็มวีเพลงที่ไม่ได้ตัดซิงเกิ้ลนั่นเอง เธอเผยคอนเซปว่าอยากจะถ่ายทอดภาพในหัวออกมาพร้อมกับบทเพลงในอัลบั้มไปพร้อมกันๆ จึงอยากจะเรียกมันว่า Visual Album อย่างไรก็ดีหากในนั่งเขียนถึงแต่ละเอ็มวีคงไม่ได้เขียนกันพอดี จึงขอใช้วิธีการแบบคลาสสิกในการรีวิวอัลบั้ม คือฟังอย่างเดียว ไปก่อนแล้วกัน

นอกจากกองทัพผู้กำกับมากมายแล้ว อัลบั้มแม่บียังคงรวมเอาโปรดิวเซอร์มือดีบนโลกมนุษย์มารวมกันอีกเช่นเคย แต่แนวเพลงกลับเรียกได้ว่าหวือหวาน้อยที่สุดเท่าที่เธอเคยทำมา และกล้าพูดได้ว่าเป็นอัลบั้มที่เรียกร้องความสนใจทางดนตรีน้อยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในปีนี้ เรียกว่าน้อย น้อยจนน่าตกใจ

บียอนเซ่เคยบอกกับผู้ชมในดีวีดีสารคดี Life Is But a Dream ของเธอว่า

"I have been too commercially successful ...It's something really stressful about having to keep up with that ...It's something crippling you can't express yourself and I don't want to have the same thing for ten more years."

ถ้าเกิดคำพูดเดียวกันนี้ออกจากปากคนอื่นเราคงเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ แต่สำหรับบียอนเซ่ที่ใครๆ ก็มั่นใจในความสามารถและความถึกของหล่อน ทำให้เรายอมรับคำพูดนี้ด้วยความเข้าใจ

เธอจึงต้องมั่นใจว่า แม้ว่าจะอยากเท่าไหร่ แต่การทำอัลบั้มที่ไม่ดึงดูดใจประชาชนนั้น ต้องมั่นใจก่อนว่ามีรากฐานที่มั่นคงไม่ให้ทุกอย่างล้มครืนลงมาและคนก็จะลืมเธอไปในที่สุด แต่สำหรับชั่วโมงบินของนางนี้ที่เทียบได้ว่านานที่สุดรองจากแค่ Janet Jackson และ Madonna เราคงไม่ต้องห่วงเท่าไหร่

แทร็กแรก Pretty Hurts กับข้อความที่ถูกบอกซ้ำครั้งที่ร้อยล้านเกี่ยวกับความสวยที่ต้องแลกมาด้วยความทรมานของเด็กสาว บอกเล่าด้วยเสียงของแม่บีกลับฟังดูมีน้ำหนักขึ้นเป็นพิเศษ แม้ว่าจะมีงาน instrumental พื้นๆก็ตาม Haunted น่าสนใจขึ้นอีกนิดด้วยการกึ่งร้องกึ่งพูด ตัวเพลงแบ่งออกเป็นช่วง interlude ตามสไตล์ Channel Orange ของ Frank Ocean ก่อนเปลี่ยนเป็นท่อนร้องเซ็กซี่ไม่แพ้ใคร

ไม่มีอัลบั้มไหนของบียอนเซ่ที่ไม่มีชื่อ Jay-Z สำหรับอัลบั้มนี้อยู่ในแทร็กจังหวะฮิปฮอป ชื่อว่า Drunk in Love (ถ้าจะเทียบ) คงเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดรวดราวของ Drunk on Love ของห่านอยู่ดี ส่วนของดีอยู่ที่ Blow ดิสโก้เนิบนาบ เหมือนมาร์ตินีราคาแพงรสชาติหวาน เนื้อหาออกจะทะลึ่งตึงตังเล็กน้อยพอเป็นพิธี ไม่แพ้กับ Partitions และ Rocket โซลหอมหวนเหมาะสำหรับการเป็นเพลง lap-dance พอประมือกับ Dance for You ได้เลย ร่วมถึงเพลงช้าที่เน้นเปียโนกับนักร้องก็มีดีอย่าง Heaven และ Blue ที่แน่นอนว่ามอบให้กับน้องบลูไอวี่นั่นเอง

ไม่มีเพลงที่เรียกได้เต็มปากว่าพลาด แต่อัลบั้มนี้เต็มไปด้วยเพลงที่เรียกว่า "ธรรมดาเกินไป" และผ่านหูไปอย่างรวดเร็ว นั่นคือสิ่งที่อัลบั้มนี้ไม่มีเหมือน "4" ที่แต่ละเพลงมีความโดดเด่นในตัวเองโดยที่ไม่ต้องใช้เวลา grow ในตัวคนฟัง โจทย์การทำอัลบั้มที่ไม่ต้องการเรียกร้องความสนใจ และอยากจะพูดถึงความรู้สึกของตัวเองโดยไม่มีการปิดกั้น ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนฟังไม่น้อย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแฟนเพลงของเธอและอยากฟังความจริงจากก้นบึ้งส่วนลึกในจิตใจ บางคนก็อยากได้เพลงเต้นๆ สนุกๆ ที่ร้องได้กับเพื่อนๆ หรือที่มีท่าเต้น iconic สุดๆ แบบ Single Ladies หรือการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทดลองของใหม่อย่าง Run the World ก็ไม่มีให้เห็นในอัลบั้มนี้



วีดีโอทั้งสิบเจ็ดเพลงมีความสำคัญมากกกกกกกก จนทำให้เพลงทั้งหมดนี้ฟังดูดีมีความหมาย หรือเรียกง่ายๆ ว่า "เต็มขี้น" ก็อยู่ที่วีดีโอทั้งนั้น แต่คงไม่ยุติธรรมเท่าไหร่หากต้องให้คะแนนจากวีดีโอด้วย เอาเป็นว่ามันเรียกได้ว่า Visual Album เพราะว่าถ้าไม่มีวีดีโอมันจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าเบื่อละกัน

สำหรับศิลปินหญิงที่ขึ้นชื่อเรื่องความเพอร์เฟกและไม่เคยหยุดทำงานคนนี้ นี่เป็นอัลบั้มที่ถ่ายทอดดนตรีที่มาจากตัวตนในฐานะศิลปินอย่างแท้จริง สำหรับคนฟังอย่างเรา แม้นี่จะเป็นอัลบั้มที่บอกตัวตนของบียอนเซ่ได้อย่างเจาะลึกที่สุด แต่ก็คงไม่ใช่อัลบั้มแรกที่จะแนะนำให้คนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนฟังอย่างแน่นอน...

Friday, December 13, 2013

Beyonce New Album 2013


ห๊ะ! อะไรนะ? Beyonce ปล่อยอัลบั้มใหม่ทีเดียว 14 เพลง 17 เอ็มวี โดยไม่มีบอกล่วงหน้า?! ห๊ะ! อะไรนะ นี่แค่ก็อกแรกกำลังจะมีก๊อกสองตามมาเหรอ? นางยังเป็นคนอยู่ใช่ไหม? <click here>

Thursday, December 12, 2013

Kelis new album "Food"


KELIS RELEASING NEW ALBUM "FOOD" NEXT APRIL

ข่าวดีประจำวันนี้: อัลบั้มใหม่ของคุณพี่ Kelis ของน้องมีกำหนดวางแผง 28 เมษายนนี้แล้ว! ใครไม่ดีใจชั้นดีใจ! โผเข้ากอดพี่สาวด้วยความปิติเป็นล้นพ้น หายหน้าหายตาไปนาน อัลบั้มใหม่ของนางจะใช้ชื่อว่า Food ชื่ออัลบั้มอร่อยน้อยกว่าอัลบั้ม Tasty ในปี 2003 ไปนิดหน่อยแต่ก็พอให้อภัย

ไม่นานเกินรอซิงเกิ้ลแรกชื่อว่า Rumble จะปล่อยให้ฟังกันเดือนหน้านี้แล้ว ย้อนติดตามกันสักหน่อย Kelis นี้หลังจากที่ลองออกอัลบั้มแนวอิเล็กโทร-แดนซ์ ไปเมื่อหลายปีก่อนแล้วกระแสเงียบสนิท คุณพี่ก็มีหลุดมาให้ฟังประปราย หร็อมแหร็ม ให้คนที่ติดตามได้ผ่านตามาบ้างอย่าง Jerk Rips หนึ่งเพลงที่คาดว่าจะมาจากอัลบั้มใหม่เป็นต้น

สำหรับอัลบั้มใหม่นี้เลิกฝันจะครองอันดับหนึ่งชาร์ตไหนได้เลย เพราะนางไปเซ็นสัญญาค่ายใหม่ Ninja Tune ที่เล็กน้อยเห็บหอยกว่าเดิมมาก เราคงได้ฟัง Kelis ในแนวอินดี้กัดก้อนเกลือกินไม่เน้นขาย ไม่เน้นมหกรรมเต้าสั่นงันงกแบบใน milkshake อีกต่อไป

และนี่คือคำให้การของเจ้าตัว: “I’m really happy to be partnering with Ninja Tune on my new record. This is the album I’ve wanted to make for a long time and I want the team around me to be as excited and energetic about it as I am. I’m also very happy to be working with some of the most creative people in the industry”

โดยอัลบั้มนี้จะได้โปรดิวเซอร์เป็น Dave Sitek จาก TV on the Radio มากำกับให้ตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้าย และดูเหมือนคุณพี่จะดูมีลับลมคมในมากขึ้นเมื่อเจ้าของบล็อกจะเอาเพลงเก่าที่เคยหลุดมาเปิดให้ฟังดันพบว่าโดนเก็บเรียบ Youtube ไปแล้ว แถม Soundcloud ก็ใหม่เอี่ยม ก็เลยใช้โอกาสนี้เปิดเพลงที่ชอบให้ฟังไปเลยละกัน เป็น Intro สั้นๆ จากอัลบั้ม Kelis Was Here เมื่อปี 2006 เสียงแรกที่ได้ยินหลังจากเสียบแผ่นซีดีเข้าเครื่องจ้ะ

Tuesday, December 10, 2013

Tensnake - Love Sublime


Tensnake
Love Sublime

ใครที่ชอบกีตาร์แบบใน Get Lucky ขอแนะนำให้มาฟังเพลงนี้ไปเลย เพราะนอกจากจะได้ Nile Rodgers มือกีตาร์เจ้าของเดียวกับที่เล่นให้ดาฟท์ พังค์แล้ว เพลงใหม่จากดีเจ Tensnake คนนี้ยังมาพร้อมกับจังหวะดิสโก้ดีดดิ้งสุดตัว อัลบั้มใหม่ออก 7 มีนาคม ปีหน้านู้น ใครรอไม่ไหวเข้าไปฟังได้ที่ Soundcloud ของนายคนนี้กันไปก่อน มีแต่ของดีๆ ทั้งน้านนน

Britney Spears - Baby One More Time (Kulkit Remix)


Britney Spears
Baby One More Time (Kulkit Remix)

 เอ็มวีใหม่ Perfume น้ำเน่าได้ใจมาก นึกว่าฟังรายการพี่อ้อยพี่ฉอดจากคลับฟรายเดย์อยู่ ดูกันหรือยัง? อย่ากระนั้นเลย ขอส่งเครื่องบรรณาการมาแก้ขัดด้วย Baby One More Time ฉบับ Kulkit Remix สามารถจับรวมเข้ากับเพื่อนๆ ในเพลย์ลิสต์สไตล์เฮ้าส์ 90s ได้อย่างไม่เคอะเขิน ส่วนหนุ่ม Kulkit ก็มีรีมิกซ์ดีๆ ให้ฟังมากมายทีเดียว คลิกที่นี่ ของเขามีให้โหลดฟรีด้วย

Saturday, December 7, 2013

12 Greatest Video of 12 Months of 2013



กลายเป็นธรรมเนียมเสียแล้ว เดือนธันวามาถึงทีไร บรรดาบล็อกเกอร์ทั่วโลกและนิตยสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอหนังหรือคอเพลงมีอันจะต้องร่วมใจกันจัด 10 อันดับนั้นนี่นู้น "แห่งปี" ทั้งหลาย จนทำให้เดือนธันวากลายเป็นเดือนแห่งการคั้นหัวกะทิอย่างเอาเป็นเอาตายของบล็อกเกอร์ทั่วโลก ซึ่งขอบอกเลยว่า Fruityspoon ก็ไม่เคอะเขินขอโดดเข้าร่วมวงเฮโลสาระพาจัดอันดับกับเขาด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงขออุทิศเดือนนี้ให้กับการจัดอันดับผลงานเพลงต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในวงการดนตรีปีนี้เป็นการสรุปรวบยอดประจำปีไปเลย

สำหรับวันนี้ขอเริ่มต้นด้วย 12 Music Video ที่เลอค่าที่สุดจาก 12 เดือนแห่งปี 2013 
จะมีผ่านตามาแล้วกี่เพลง ไม่เคยเห็นมาก่อนกี่เพลง หรือเอ็มวีในดวงใจกี่เพลง ไปดูกันเลย!!




Clarity
Artist: Zedd
Director: Jonathan Desbiens (Jodeb)

เริ่มต้นเดือนแรกของปีด้วยเพลงที่หลายคนน่าจะคุ้นหูมาบ้าง เพราะตัวซิงเกิ้ลนั้นดังระเบิดเมื่อตอนต้นปีสร้างชื่อระบือนามแก่ผู้ฟังชาวไทยไปทั่ว นั่นก็คือ Clarity ของ Zedd ที่มาพร้อมกับเอ็มวีกราฟฟิกสามมิติสวยงามอย่าบอกใคร ภาพสโลว์หยดเหงื่อกระเด็นตกสู่พื้นหิน ตัวละครชายหญิงเหาะเหินเดินอากาศ และสีสันที่สวยงามเตะตาจนต้องรีบคว้ามาเป็นวีดีโอดีเด่นประจำเดือนมกราคม อาหารตาจานแรกของปีนี้ไปเลย (อ่านต่อหน้านี้)

 
The Stars (Are Out Tonight)
Artist: David Bowie
Director: Floria Sigismondi

แต่ละเอ็มวีจากอัลบั้มใหม่ของ David Bowie นั้นเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์กระฉูดจนหยิบมาบรรยายแทบไม่ถูกเลยทีเดียว แต่ถ้าจะเลือกก็คงต้องเป็นผลงานกำกับสุดเซอร์เรียลของ Floria Sigismondi ที่จับคู่จิ้นตลอดกาลของโบวี่อย่าง Tilda Swinton มาแสดงนำในเอ็มวีพล็อตเยี่ยม ที่ลักษณะกายภาพเพศชาย-หญิง ถูกนำมาขยำขยี้ป่นปี้เสียจนแทบไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป (อ่านต่อหน้านี้
 


Blind
Artist: Hurts
Director: Nez Khammal

เดือนมีนาคม เอ็มวีเพลง Blind จาก Hurts พาเราไปตามติดความรักสีแดงสดอันเร่าร้อน ลึกลับ รุนแรง และอันตราย กับองค์ประกอบภาพที่เน้นสีแดงสดขับเน้นความเซ็กซี่ที่ทรงพลัง ตัดกับแสงสีขาว กำแพงบ้านสีขาวที่อุตสาห์ไปถ่ายถึงหมู่บ้านในสเปน ผ้าปิดแผลที่เห็นในเอ็มวีนั้นได้มาจากระหว่างถ่ายทำคุณพี่เธโอลื่นตกบันไดจากขั้นบนสุดลงมากระแทกกับรั้วเหล็กด้านล่าง พี่แกก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไปได้ เล่นจริงเจ็บจริง เอากับเขาสิ!

 
Q.U.E.E.N
Artist: Janelle Monae feat. Erykah Badu
Director: Alan Ferguson

Janelle Monae เผยองคาพยพแห่งวัฒนธรรมชั้นสูงของชาวแอฟริกันในพิพิธภัณฑ์สีขาวสะอาดที่ทั้งคนดูและคนถูกจัดแสดงก็โดดเด่นไม่แพ้กัน บรรยากาศแบบอนาคตนิดๆ มาเจอกับกองทัพชะนีผิวสีในชุด mod ตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นเอ็มวีที่เพรียบพร้อมไปด้วยความเป็นแอฟริกันร่วมสมัยและรสนิยมในระดับที่เหลือรับประทาน และอย่าหาว่าเวอร์เลยนะ แต่การปรากฏตัวในวงการอีกครั้งของ Erykah Badu ดูน่าเกรงขามราวกับราชินี Nefertiti แห่งอียิปต์เลยล่ะ

 
Love Somebody
Artist: Maroon 5
Director: Rich Lee

แค่ Adam Levine อย่างเดียวชะนีก็กรีดร้องลั่นป่าแล้ว ยังจะมีอะไรดีไปกว่าคุณพี่อดัมในสภาพกึ่งเปลื่อย เปียกโชกไปด้วยของเหลวเหนียวและข้นไปเล่า? เอ็มวี Love Somebody นอกจากจะเซ็กซี่ปรอทแตกแล้ว ยังเตะตาด้วยเทคนิกที่เรียบง่ายและหลักแหลม ทำให้ไม่ดูขับเน้นเรื่องเพศเกินไป ผลลัพธ์จึงส่งให้เพลงธรรมดาๆเพลงนี้เพราะขึ้นเป็นกอง แถมมองไปมองมายังดูคล้ายกับเอ็มวีชั้นครูอย่าง All Is Full of Love ของ Bjork ด้วยนะ 



F For You
Artist: Disclosure
Directors: Ross McDowell and Ben Murray

เดือนมิถุนาส่งสองพี่น้องที่มาแรงที่สุดแห่งอังกฤษปีนี้อย่าง Disclosure เข้าประกวดด้วยซิงเกิ้ลที่ 4 จากอัลบั้ม Settle ที่มีชื่อว่า F For You ตัววีดีโอเองอาจดูไม่มีอะไรมากนอกจากตัวศิลปินกับฉากหลังที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากับจังหวะเพลงได้อย่างลงตัว แต่ด้วยเสื้อผ้า สีสัน และแสงไฟ LED รวมตัวกันทำให้เอ็มวีนี้ดูเรียบง่ายแต่มีระดับอย่าบอกใคร ถึงแม้ดีเจจะไม่ได้ขยับตัวไปไหนแต่จะมีอะไรเท่ห์ไปกว่าการเห็นดีเจหนุ่มสองคนกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันอีกล่ะ?
   
We Can't Stop
Artist: Miley Cyrus
Director: Diane Martel

เราอาจเคยเห็นเอ็มวีประเภทที่เขาเรียกว่า Psychedelic อารมณ์ภาพเบลอๆขณะเสพยามาแล้วบ้าง แต่ไม่เคยนึกนะว่าวันนึงจะมีเอ็มวีที่ทำให้เห็นว่าคนตอนเมาสภาพมันเป็นยังไง เดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาโลกทั้งโลกกระอักกระอ่วนกับการถูกยัดเยียดให้ดูเอ็มวีนี้ ไม่รู้ว่าควรจะชมหรือควรจะด่ามันดี เหมือนปาร์ตี้วันเกิดของ David Lynch มาจัดที่บ้านของ Terry Richardson อะไรแบบนั้น คือเราก็เห็นเอ็มวีปาร์ตี้วัยรุ่นใจแตกมามากแต่ไม่เคยมีอันไหน "ติดตา" ได้เท่าอันนี้เลย

 
Applause
Artist: Lady Gaga
Director: Inez van Lamsweerde and Vinoodh Matadin

ข้อดีของการถูกมองว่าบ้า คือเมื่อมาจนถึงจุดหนึ่งแล้วคุณอยากจะแต่งเป็นอะไรแค่ไหนก็ไม่มีใครมาค่อนแคะครหาอีกต่อไป Inez & Vinoodh สองช่างภาพแฟชั่นชื่อดังจับนังผีบ้า Lady Gaga แปลงโฉมครั้งล่าสุดในเอ็มวี Applause ออกมาเป็นสารพัดลุ๊คตั้งแต่ชุดบิกินีหอยกาบไปจนถึงนางหงษ์ดำ ดีบ้างพลาดบ้าง แต่นางเอกตัวจริงหาใช่นังก้าไม่ แต่เป็นการกำกับศิลป์ชั้นเยี่ยมจากทั้งสองผู้กำกับ ทำให้เอ็มวีที่มีคนคาดหวังสูงที่สุดของปีนี้ เป็นเอ็มวีที่มีคนพูดถึงมากที่สุดไปโดยปริยาย


 
I Don't Need A Reason
Artist: Dizzee Rascal
Director: Emile Sornin

จำได้ว่าคำแรกที่พูดตอนที่เห็นเอ็มวีนี้คือ "มึงบ้าแล้วววว!" จะไม่ให้บ้าได้ไงคุณเอ้ย มัน Don't need a reason สมชื่อจริงๆ ไม่มีการแคร์ตรรกะเหตุผลอะไรอีกต่อไป หลักฐานทางประวัติศาสตร์จะบอกว่ายังไงไม่ต้องไปสนใจ พี่มืดในชุดหลุยส์ วิกผมปอมปาดูร์สูงเป็นเมตร เดินกันให้ว่อนวังแวร์ซายน์ใน attitude แบบฮิปฮอปปล่อยกันเต็มที่ เชื่อว่าปฎิกิริยาของคนที่ได้ดูเอ็มวีนี้คงมีหลากหลาย ไล่ไปตั้งแต่ขำแบบเพลียๆ วิงเวียนคล้ายจะเป็นลม ไปจนถึงขนหัวลุก แต่ที่แน่ๆ ไม่มีใครลืมมันลงแน่นอน

 
Gorilla
Artist: Bruno Mars
Director: Cameron Duddy

หลังจากเพลงเศร้าๆอย่าง When I Was Your Man ผ่านไป Bruno Mars ก็ยังคงหมกมุ่นกับการแต่งเพลงเกี่ยวผู้หญิงและเซ็กซ์อย่างไม่หยุดหย่อน สำหรับคราวนี้มาในเซ็ตติ้งคลับเปลื้องผ้าเม็กซิกันที่ร้อนฉ่าไปด้วยแสงไฟนีออนหลากสีและเสื้อผ้าสไตล์คาริบเบียน แถมยังได้ Freida Pinto นางเอกสาวจากอินเดียมาเพิ่มอุณหภูมิด้วยบทแม่สาวนักเต้นดาวยั่วประจำร้าน มาเจอกับหนุ่มนักร้องเจ้าของส่วนสูง 168 ซม.คนนี้ อะไรก็เลอค่าดีอยู่หรอก แต่เปรียบเทียบผู้หญิงเป็นกอริลล่านี่มันกระไรอยู่หรือเปล่าจ๊ะคุณพี่ 



AfterLife
Arcade Fire
Director: Emily Kai Bock

สำหรับเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาหมาดๆนี้ตกเป็นของซิงเกิ้ลที่สองจากอัลบั้ม Reflektor ของ Arcade Fire ที่ดูจะถูกอกถูกใจนักวิจารณ์กันเป็นพิเศษ เรื่องราวความฝันเหงาๆ ของชายสามวัยในครอบครัวที่ดูจะไม่ค่อยอบอุ่นเท่าไหร่ เรื่องราวที่ผูกกันหลวมๆ เกี่ยวโยงกันไปมาระหว่างสามคนในครอบครัวนี้ ในขณะที่ภาพในจินตนาการบ่งบอกถึงสิ่งที่พวกเขาโหยหา จังหวะเป็นไปอย่างเนิบนาบค่อยๆ ให้เนื้อเพลงเป็นตัวเล่าความคิดในหัวออกมาเป็นคำพูด เป็นเอ็มวีที่เล่าเรื่องได้ดีพอๆกับหนังเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว



Tropico
Artist: Lana del Rey
Director: Anthony Mandler

ใครชอบงานภาพเชิญทางนี้เลยจ้า เมก้าโปรเจค Tropico ของ Lana Del Rey ที่นางโพนทะนามาตั้งแต่ต้นปีในที่สุดมันก็พรีเมียร์แล้ว หนังสั้นขนาดครึ่งชั่วโมงประกอบไปด้วยสามเพลงจากอัลบั้ม Paradise ได้แก่ Body Electric, God and Monsters และ Bel Air ถูกนำมาร้อยเรียงต่อกัน คั่นด้วย monologue บทกวี ตามด้วยภาพแสงฟุ้งๆ มารีลีนมอนโร เอลวิส พระเจ้า ปืน Stripper แก๊งโจร ปาร์ตี้ ฟังเสียงเบลอๆของนางไปเพลินๆก็ผ่านไปแล้วครึ่งชั่วโมง แต่อย่าถามนะว่าที่ดูไปทั้งหมดมันคืออะไร
  

About Me

My photo
my name is mish my favorite color is turquoise when i grow up I want to be an architect